กระจกมิได้เป็นแค่เพียงวัสดุที่ให้ความโปร่งใส สบายตาเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในด้านของการประหยัดพลังงาน ด้านความปลอดภัย และยังช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยที่ในปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตกระจกได้มีการพัฒนาชนิดและรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน
มนุษย์ได้รู้จักการใช้งานของวัสดุประเภทแก้ว และกระจกมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตศักราช โดยในยุคแรกเป็นการผลิตโดยการนำเอาทรายที่หลอมเหลวมาเทใส่แม่พิมพ์รูปแบบต่างๆ จึงทำให้เนื้อแก้วยในยุคแรกๆ มีความหนามาก และต่อมาในยุคโรมันจึงได้มีการนำวิธีการเป่าแก้วโดยนำปลายท่อเหล็กจุ่มลงไปในน้ำแก้วที่หลอมละลาย โดยสามารถเป่าเป็นรูปต่างๆ ได้หลากหลาย และมีขนาดบางลง